Professional Consultants: Challenges and Opportunities Working as a Consultant (end) March 4, 2009
Posted by iampampam in Uncategorized.9 comments
โอ้ย ดีใจมีคนแอบติดตาม blog ลับเราด้วยแฮะ งี้เด่วรีบ up ต่อให้จบเลยหละกัน 555
อืม งวดที่แล้วพลาดไป 1 อัน ประการที่ 3 take actions ถ้ายังจำกันได้อยู่นะ อันนี้เนี่ยเขามีวิธีฝึกด้วย (พอดีพึ่งจะจำได้ 55) ก็คือ เวลาไปกินข้าวในร้านอาหาร ให้ทำ linear scan 1 รอบกับเมนูอาหาร กวาดตาซะให้เรียบร้อย หลังจากนั้นสั่งเลย !!!! นี่แหละวิธีฝึก Take actions เจ๋งมะ 555
มาต่อกันที่ประการที่ 7 Manage Your Energy อันนี้เราว่าสำคัญเหมือนกันนะ ในการจัดการกับถัง E ในชีวิตของเราเนี่ย ถ้าทำงานหนักไป ชีวิตก็จะเหมือนศพเดินได้ productivity ก็ไม่ดี แถมยังบั่นทอนสุขภาพอีก เขาบอกไว้ว่า 1 สัปดาห์เนี่ย ไม่ควรทำงานเกิน 60 hr/wk!!! ถ้าคิดง่าย ๆ คือ 12 hr ต่อวัน “- – (ถ้าที่ไหนทำมากกว่านี้ตลอดเวลาก็ลาออกไปเถอะ 555) แต่เขาก็บอกนะว่าเออ ถ้าเจอแบบวิกฤติชีวิตจริง ๆ ก็โอเค เกินได้ แต่โดยปกติเนี่ยไม่ควรจะเกิน แล้วเขาก็ยังแนะนำวิธีเพิ่มพลังงานตัวเองด้วยนะ ซึ่งก็คือการออกกำลังกาย!!! อันนี้เห็นด้วยอย่างแรง เพราะตอนนั้นทำ thesis แบบว่าเหนื่อยมาก แทบจะเป็นศพอยู่แร้ว ก็เลยเปลี่ยนแผน สละเวลาชีวิตวันละ 1 ชั่วโมงไปวิ่ง ๆ บนลู่วิ่ง ก็อืม…ดีแฮะ มันกระตุ้นให้เลือดสูบฉีดได้ดี ทำให้เราสามารถทำงานตอนกลางคืนจนเลยเที่ยงคืนได้แล้ว
ซึ่งปกติจะเป็น Early Bird อ่านะ นอนเร็วตลอดดด 555 นอกจากนี้ก็คือควรจะมีงานอดิเรกด้วย แบบผ่อนคลาย ถ่ายรูป ปลูกต้นไม้ บลาๆ ซึ่งทุกคนก็ทำอยู่แร้วป่ะ อันนี้ไม่บอกก็คงจะทำอยู่แร้ว และก็ให้คิดถึงเรื่องอาหารการกินด้วย เพราะว่าถ้ากินมาก แรงก็หมด “- – หรือกินอาหารแย่ ๆ แรงก็หมดยาวได้เช่นกานนน 555 เอาเหอะ กินตามอยากก็โอเคแหละ เราว่านะ
ประการที่ 8 Clear Job Description!!! อันนี้นี่ เอิ่ม…… จะได้หรอออ เหอๆๆ ชีวิตที่เจออยู่ทุกวันก็ทำไม่ได้นะเนี่ยอันนี้ 555 เอาที่เขาแนะนำมาหละกัน เขาบอกว่า Job Description ที่ดีเนี่ยไม่ใช่ Job Description ที่ละเอียดหรอกนะ แต่ต้องเป็นอันที่บอกได้ชัดเจน บอกเขาให้ชัดว่าอะไรที่คุณจะทำให้เขา (Tell them what you want to deliver) … แปลกดีแฮะ แล้วเขาก็บอกมาแหละว่าเออในชีวิตจริงมันก็อยากอยู่ แต่จะทำยังไงดีหละให้สามารถได้ Clear Job Description มา คำตอบก็คือ…. ถามซิ !! ตื้อ ๆ ถาม ๆ ไปซะ ถ้าหมดปัญญาก็มีอีกวิธีนึง ซึ่งเราก็ชอบใช้อยู่ ก็คือ เขียนไปเลยว่าคุณคิดยังไง แล้วก็ส่งไปให้ supervisor หรือ user ดูว่าโอเค หรือไม่โอเค นั่นก็คือให้เขาเลือกว่าเอาหรือไม่เอานั่นเอง… (แต่สุดท้าย พวกนี้มันเลือกไปมันก็เปลี่ยนได้อ่านะ… เฮ้ออออ แย่จริง!!!) และอีกอันนึงเป็นคำแนะนำไม่เกี่ยวกับข้อนี้หรอก แต่โดนใจมากมาย ก็คือ… เขาบอกว่าให้เราเซตความคาดหวังของผู้ใช้เนี่ยให้ต่ำกว่าสิ่งที่เราจะทำได้
(Set Expectation Lower than You can Deliver) อันนี้โดนใจมาก ชอบทำประจำ 555
ประการที่ 9 Be Prepared ก็ต้องเตรียมตัวสำหรับทุกอย่าง (ตอนนี้เขาเริ่มเร่งแระ เวลาจะหมด 555) ถ้าจะเข้าประชุมก็ต้องเตรียมคำถามเตรียมดูเนื้อหา เตรียมโน้นนี่ไว้ให้พร้อม ส่วนถ้ามีคนถามว่า เตรียมนานเท่าไรดีถ้าเราจะเข้าไปประชุม!! เขาบอกว่า 10 นาทีก็พอ O_o ….อึ้งไปเลย เหอ ๆๆๆๆ
ประการสุดท้าย ประการที่…10 Credibility (in long run) อันนี้เขาเล่าเป็นเรื่องเลยแหละ จริงๆ ทุกคนก็คงพยายามจะทำตรงนี้อยู่แล้ว เพียงแค่ส่งงานตรงเวลา ทำครบตาม req บลาๆ ก็โอเคใช่มะ แต่ที่เขายกตัวอย่างเล่าให้ฟังเนี่ยก็คือในกรณีถ้าเราเมพมาก จนมีบริษัทอื่นมาดึงตัว คุณจะทำอย่างไร!! ข้อแรก ลาออกโดยทันที ข้อที่สอง บอกบริษัทเก่าของตัวเองแล้วดักดานต่อไป ข้อสามบอกบริษัทเก่าตัวเองแล้วก็ลาออกหลังจากโปรเจคหรืองานที่ตัวเองรับผิดชอบเสร็จ และบอกให้บริษัทที่มาดึงตัวเรารอ… คำตอบก็คือ… ข้อสามมมม 555 คงเดาได้ไม่ยากหรอก เราว่าพวกเราก็คงจะทำแบบนี้อยู่แล้ว เขาบอกว่าถ้าบริษัทอยากได้ตัวเราไปทำงานจริงเนี่ย เขาต้องรอได้ และการที่เรารับผิดชอบกับบริษัทเก่าเนี่ย อนาคตข้างหน้า เราอาจจะได้ร่วมงานหรือจะอะไรต่อก็ได้ เพราะฉะนั้นอย่าพยายามทำลายชื่อเสียงตัวเองนะจ๊ะ
วันนี้พอแค่นี้ก่อนแหละ รีบๆ มา up จะได้จบ ซะที ช่วงนี้งานเข้ามหาศาลเหนื่อยท้อ ท้อเหนื่อย เฮ้อออ บ่นไปก็มะมีคนช่วย เซ็งอ่ะ